ส้มซ่าดอทคอม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
 
giving cooking as a hobby a try

จำการเข้าใช้งาน

 
 
Cooking Articles
   Khanom Thai ขนมไทย (5) bakery with no baking  
   Cakes / Cupcakes / muffins ขนมเค้ก/ คัพเค้ก/ มัฟฟิน (22)  
   Cake Dressing แต่งหน้าเค้ก (3)  
   Bread / Biscuits / Bun ขนมปัง (16)  
   bakery with no baking ขนมอร่อยไม่ต้องอบ (3)   
   Sweet Things ขนมหวานอื่น ๆ (21)  
   Cookies / Brownies คุกกี้ / บราวนี่ (17)  
   Cheese Cakes / Cheese Pies ชีสเค้ก / ชีสพาย (4)  
   Tart / Pies / Donut ทาร์ต / พาย / โดนัท (4)  
   Dessert / Snack อาหารว่าง / ของทานเล่น (14)  
   Thai Food / Food อาหารไทย/ กับข้าว  (37) thai-food,food  
   Japanese Food อาหารญี่ปุ่น (8)  
   Sweet Machinery อุปกรณ์ทำขนม (2)  
   Healthly tips สุขภาพ (38) hot  
   lifestyle บทความซึ้ง ๆ (58)  
   เคล็ดลับ เทคนิคการเงิน (10)  
   IT Corner สมุดโน้ตจด-ไอที  
  
Wednesday, 26.March 2008
เที่ยวภูเก็ต วันที่ 2
แหลมพรหมเทพ...
Thursday, 29.November 2007
น้องมอมแมม
Wednesday, 17.October 2007
พาเที่ยวเขาตังกวน สงขลา
เขาตังกวน...
Thursday, 11.October 2007
วัดเขารูปช้าง
ทริปเล็ก ๆ...
Saturday, 06.October 2007
พาเที่ยวหาดปึกเตียน
เที่ยวหาดปึกเตียน...
Monday, 16.July 2007
ปี่เซียะ
เทพปี่เซียะ
Sunday, 24.June 2007
พลุที่เขาวังเพชรบุรี
ฝีมือหมูน้อยค่ะ

 
 
คนคุ้นเคย : 0
 
คนหลงทาง : 5
 
  
มาดูทั้งหมด (uip) :
225,442
มาดูวันนี้ (uip) :
60
มาดูเดือนนี้ (uip) :
6,530
มาดูต่อวัน (uip) :
1,539
มาดูเมื่อวานนี้ (uip) :
1,125
 
   
แนะนำเว็บนี้ให้เพื่อนรู้
เพิ่มในรายการโปรด
 
   
  คลิิกที่นี่... เพื่อนบ้านค่ะ  
 
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ :  สูตรขนมและอาหารออนไลน์ / บทความ / เรื่องราว

ต้นโกโก้กับช็อคโกแล็ต

ต้นโกโก้ (cacao tree) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Theobroma cacao ซึ่งนักพฤกษศาสตร์ (botanist) ชาวสวีเดน Carolus Linnaeus เป็นผู้ตั้งชื่อนี้ขึ้นมา คำว่า Theobroma มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกซึ่งมีความหมายว่า“อาหารของพระเจ้า” (Theos = พระเจ้า และ bromaหรือ brosis = อาหาร)

ต้นโกโก้มีกำเนิดอยู่ในอเมริกาใต้ (South America) หรืออเมริกากลาง (Central America) โดยบางกลุ่มของผู้ศึกษาเชื่อว่าต้นโกโก้กลุ่มแรกพบที่ต้นน้ำของแม่น้ำอะเมซอน (Amazon) ในตอนเหนือของบราซิล (North Brazil) ในขณะที่อีกกลุ่มเชื่อว่าอยู่ที่หุบเขาโอริโนโค (Orinoco) ของประเทศ
เวเนซูเอลา (Venezuela)

ปัจจุบันต้นโกโก้สามารถพบได้ในพื้นที่เขตร้อนของโลก เช่น แอฟริกาใต้ (South Africa), ไนจีเรีย (Nigeria), กาน่า (Ghana), ไอวอรี่โคสต์ (Ivory Coast) และบางประเทศในทวีปเอเซีย เช่น อินโดนีเซีย (Indonesia) ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งของทวีปเอเชียที่ผลิตโกโก้ได้ในปริมาณสูง

จากต้นโกโก้มาเป็นช็อคโกแล็ตได้อย่างไร ?

ในหนึ่งปีต้นโกโก้ที่มีการเจริญเต็มที่อาจจะมีดอกประมาณ 6000 ดอก แต่มีฝักโกโก้ (ผลโกโก้: cacao pod) เพียง 20 ฝัก ภายในฝักจะมีเมล็ดโกโก้ (cacao seed/bean) อยู่ข้างใน เมล็ดโกโก้เหล่านี้ ได้ถูกนำมาแปรรูปเป็นช็อคโกแล็ตแสนอร่อยสำหรับคอช็อคโกแล็ตทุกเพศทุกวัยนั่นเอง

ช็อคโกแล็ตที่แท้จริงต้องทำมาจากเมล็ดโกโก้เท่านั้น โดยขั้นตอนการทำเริ่มตั้งแต่ เมล็ดโกโก้ถูกแกะออกมาจากผลแล้วนำไปผ่านกระบวนการหมักเป็นเวลา 5-6 วัน เซลสืบพันธุ์ (germ)ที่ติดอยู่กับเมล็ดโกโก้จะตายไประหว่างการหมัก ทำให้เมล็ดโกโก้เกิดรูพรุนและมีสีน้ำตาล นอกจากนี้ในขั้นตอนการหมักช่วยทำให้ความขมลดลงและทำให้เกิดกลิ่นที่ดีขึ้นเหมาะสำหรับการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตช็อคโกแล็ต

เมื่อกระบวนการหมักเสร็จสิ้น เมล็ดโกโก้ถูกนำมาตากให้แห้งประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดระดับความชื้นจาก 60 เปอร์เซ็นต์ให้เหลือเพียงประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นเมล็ดโกโก้จะถูกนำไปทำความสะอาด คัดคุณภาพ บรรจุและขนส่งเพื่อนำไปผลิตเป็นช็อคโกแล็ต

ก่อนการผลิตช็อคโกแล็ต เมล็ดโกโก้แห้งถูกนำมาคั่วตั้งแต่ 10 นาทีไปจนถึง 30 นาที ที่อุณหภูมิ 120-130 องศาเซลเซียส (บางกรณีอาจใช้อุณหภูมิต่ำกว่านี้เล็กน้อย) ขั้นตอนการคั่วเป็นขั้นตอนที่สำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อรสชาติสุดท้ายของช็อคโกแล็ต เมื่อคั่วเสร็จแกลบหรือเปลือกที่ห่อหุ้มเมล็ดโกโก้อยู่จะถูกกำจัดออกโดยการร่อนและใช้ลมเป่า หลังจากกำจัดส่วนที่ไม่ต้องการออกไปแล้วเมล็ดส่วนที่เหลือถูกเรียกว่า Cacao kernel หรือ Cacao nib

Cacao nib ถูกนำไปบดด้วยความเร็วสูงและที่อุณหภูมิสูงด้วยเช่นกัน เพื่อทำให้ cacao nib เปลี่ยนเป็นสีดำน้ำตาล หนืด เรียกว่า cacao liquor หรือ cacao paste ซึ่งมีไขมันโกโก้(cocoa butter) เป็นองค์ประกอบประมาณ 53-55 เปอร์เซ็นต์ cacao liquor ยังไม่มีรสชาติที่หวานและความขมยังค่อนข้างสูงจึงไม่เหมาะต่อการรับประทาน จึงถูกนำไปอัดใส่บล็อครูปสี่เหลี่ยมให้เป็นแท่งสำหรับนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเบเกอรี่และการทำอาหารบางชนิด รวมทั้งถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบหลักของการผลิตช็อคโกแล็ตสำหรับทานทั่วไป

ในอุตสาหกรรมการผลิตช็อคโกแล็ตนอกจากมี cacao liquor เป็นวัตถุดิบหลักแล้ว ยังต้องเติมส่วนผสมอื่นๆ ได้แก่ น้ำตาล ไขมันโกโก้ (cocoa butter) ซึ่งเป็นไขมันที่สกัดมาจากเมล็ดโกโก้ เมื่อนำส่วนผสมดังกล่าวมาคลุกเคล้ากันแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญซึ่งช่วยเพิ่มความอร่อยให้ช็อคโกแล็ตยิ่งขึ้นคือกระบวนการ counching

counching เป็นกระบวนการที่ทำให้อนุภาคของน้ำตาลและโกโก้มีขนาดเล็กเกินกว่าที่ลิ้นของเราจะสัมผัสกับอนุภาคเหล่านั้นได้ ซึ่งทำได้โดยการบดด้วยลูกกลิ้ง ดังนั้นเมื่อเราทานช็อคโกแล็ตจึงทำให้รู้สึกว่าเนื้อช็อคโกแล็ตนั้นนุ่มเรียบ (smooth feel) ช็อคโกแล็ตที่มีคุณภาพสูงต้องใช้กระบวนนี้ถึงสามวัน ส่วนช็อคโกแล็ตที่มีคุณภาพต่ำใช้เวลาเพียงหกชั่วโมงเท่านั้น ในขั้นตอนนี้อาจเติมสารปรุงกลิ่นรสต่างๆ เช่น วานิลา (vanilla) ซินนาม่อน (cinnamon) เพื่อเพิ่มความหอมอร่อยยิ่งขึ้น

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการ counching ช็อคโกแล็ตจะถูกเก็บไว้ในถังซึ่งต้องควบคุมอุณหภูมิไว้ประมาณ 45-50 องศาเซลเซียส เพื่อรอนำไปขึ้นรูปเป็นรูปแบบต่างๆตามที่ผู้ผลิตต้องการ ต่อมาถูกนำไปผ่านขั้นตอนสุดท้ายคือการลดอุณหภูมิเพื่อให้ช็อคโกแล็ตมีรูปร่างคงที่ตามต้องการก่อนที่จะบรรจุและนำจำหน่ายตามท้องตลาดซึ่งปัจจุบันมีช็อคโกแล็ตหลากหลายรูปแบบที่ผู้ผลิตได้พัฒนาออกมาสำหรับผู้ที่หลงใหลในช็อคโกแล็ตได้ทานกันทั่วโลก

ขอขอบคุณ วิชาการ.คอม
ภาพประกอบ google

  
ลิงค์ผู้สนับสนุน



ลิ้งค์ข่าว



ความคิดเห็น

ลำบากขนาดนี้เลยหรอ?
ขอบคุณสำหรับความรู้ กว่าจะเป็น chocolate ที่เราทาน เวลาที่มันค่อยๆ ละลายใน
06-09-2008, 09:48:01 | ขาจรค่ะ | 119.42.78.101


 โพสต์ ความคิดเห็น
ชื่อเรื่อง
ความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย
รหัสความปลอดภัย (*)
Securecode

 

 
 
© Copyright 2007 by www.zomzaa.com. All right reserved.
 
 
Valid XHTML 1.0 Transitional Valid CSS!