ส้มซ่าดอทคอม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
 
giving cooking as a hobby a try

จำการเข้าใช้งาน

 
 
Cooking Articles
   Khanom Thai ขนมไทย (5) bakery with no baking  
   Cakes / Cupcakes / muffins ขนมเค้ก/ คัพเค้ก/ มัฟฟิน (22)  
   Cake Dressing แต่งหน้าเค้ก (3)  
   Bread / Biscuits / Bun ขนมปัง (16)  
   bakery with no baking ขนมอร่อยไม่ต้องอบ (3)   
   Sweet Things ขนมหวานอื่น ๆ (21)  
   Cookies / Brownies คุกกี้ / บราวนี่ (17)  
   Cheese Cakes / Cheese Pies ชีสเค้ก / ชีสพาย (4)  
   Tart / Pies / Donut ทาร์ต / พาย / โดนัท (4)  
   Dessert / Snack อาหารว่าง / ของทานเล่น (14)  
   Thai Food / Food อาหารไทย/ กับข้าว  (37) thai-food,food  
   Japanese Food อาหารญี่ปุ่น (8)  
   Sweet Machinery อุปกรณ์ทำขนม (2)  
   Healthly tips สุขภาพ (38) hot  
   lifestyle บทความซึ้ง ๆ (58)  
   เคล็ดลับ เทคนิคการเงิน (10)  
   IT Corner สมุดโน้ตจด-ไอที  
  
Wednesday, 26.March 2008
เที่ยวภูเก็ต วันที่ 2
แหลมพรหมเทพ...
Thursday, 29.November 2007
น้องมอมแมม
Wednesday, 17.October 2007
พาเที่ยวเขาตังกวน สงขลา
เขาตังกวน...
Thursday, 11.October 2007
วัดเขารูปช้าง
ทริปเล็ก ๆ...
Saturday, 06.October 2007
พาเที่ยวหาดปึกเตียน
เที่ยวหาดปึกเตียน...
Monday, 16.July 2007
ปี่เซียะ
เทพปี่เซียะ
Sunday, 24.June 2007
พลุที่เขาวังเพชรบุรี
ฝีมือหมูน้อยค่ะ

 
 
คนคุ้นเคย : 1
  พรรณทิพา
คนหลงทาง : 8
 
  
มาดูทั้งหมด (uip) :
225,468
มาดูวันนี้ (uip) :
86
มาดูเดือนนี้ (uip) :
6,556
มาดูต่อวัน (uip) :
1,539
มาดูเมื่อวานนี้ (uip) :
1,125
 
   
แนะนำเว็บนี้ให้เพื่อนรู้
เพิ่มในรายการโปรด
 
   
  คลิิกที่นี่... เพื่อนบ้านค่ะ  
 
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ :  สูตรขนมและอาหารออนไลน์ / บทความ / เรื่องราว

ที่มาและบรรพบุรุษของพุดดิ้ง

ต้นกำเนิดพุดดิ้ง


ต้องขอย้อนไปเมื่อสมัย ศตวรรษที่ 15-16 ซึ่งเป็นสมัยที่คนเชื่อว่าโลกกลม ทำให้มีการออกสำรวจดินแดนใหม่สำหรับนักเดินทางยุคต้น ๆ ของศตวรรษ ในสมัยนั้นประเทศสเปนและอังกฤษซึ่งเป็นประเทศผู้นำในการเดินทางสำรวจและยึดครองดินแดนใหม่กันอย่างคับคั่ง ในช่วงนั้นประเทศอังกฤษสามารถเอาชนะและยึดครองดินแดนและชายฝั่งทะเลได้ถึง 7 แห่ง แต่ความราบรื่นนั้นย่อมแฝงไปด้วยความขมขื่นเสมอ
เรือรบของอังกฤษที่เข้าร่วมสงครามครอบครองดินแดนนั้นประสบปัญหาเกี่ยวกับปากท้องของลูกเรือขึ้น เพราะการออกเดินทางแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาอยู่กับท้องทะเลนานหลายเดือน อาหารที่มีอยู่ก็ร่อยหรอ มิหนำซ้ำ บางครั้งอาหารที่ทำจะเหลือทิ้งไปเปล่าประโยชน์เพราะใช้ทานในวันต่อไปไม่ได้ก็ตาม จำเป็นต้องทิ้ง เหตุนั้นเอง พ่อครัวหัวใสจึงคิดเมนูที่สามารถทำแล้วถนอมอาหารไว้ทานได้เป็นเวลานาน โดยเค้าใช้ส่วนผสมง่าย ๆ คือ เศษขนมปัง แป้งสาลี และไข่ไก่ ผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็ห่อด้วยผ้าสะอาด นำไปอบ เป็นอันเสร็จ ตรงกับ concept (ง่าย ๆ กินได้หลายวัน) และนั่นเองเป็นเหตุที่มาของตำนาน “พุดดิ้ง” จากข้อมูลนั้นไม่ได้บอกอย่างละเอียดว่าทำไมพุดดิ้งถึงสามารถแพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไปได้ เพราะเจ้าของสูตรต้นตำรับเป็นพ่อครัวบนเรือ แต่จากการสันนิษฐานแล้ว คงจะเป็นเพราะรสชาติที่ถูกปาก และทานได้ง่าย ทำให้ลูกเรือติดอกติดใจ และจำสูตรนั้นไปบอกต่อให้กับคุณแม่บ้าน ปากต่อปาก อีกทั้งรสชาติยังเป็นที่นิยม ทำให้พุดดิ้ง แพร่หลายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
จากเกียรติศัพท์ของความอร่อยและวิธีทำที่ไม่ซับซ้อนนี้เอง พุดดิ้งจึงขยายความนิยมไปทางแถบเอเชียของเราและที่ประเทศญี่ปุ่น พุดดิ้ง ได้รับความสนใจในช่วงยุคสมัยเมจิ (พ.ศ.2411-2455) ถ้าหากเทียบกับสมัยของประเทศไทยแล้วก็คือ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั่นเอง

::ทำไมถึงมีชื่อเรียกว่า พุดดิ้ง(Pudding)
ตามรากศัพท์ของภาษาอังกฤษในยุคโบราณ จะเรียกว่า puduc ซึ่งแปลว่า ของที่มีรูปร่าง ลักษณะบวมเป่ง เต่งตึง ซึ่งตรงกับรูปลักษณ์ของเจ้าพุดดิ้ง ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงชื่อเรียก ซึ่งแปลจากภาษาอังกฤษในยุคกลาง คือ podding คำนี้มาจากลักษณะของพุดดิ้ง ที่ไปตรงกับลักษณะของไส้กรอกชนิดหนึ่ง จึงเรียกเป็นคำเดียวกัน และคำปัจจุบันที่ใช้เรียกคือ pudding คำนี้จะใช้เรียกประเภทอาหารที่ทำโดยการอบทุกชนิด ถัดจากนั้นมาจึงมีการคิดเมนูใหม่ ๆ ของอาหารที่ทำด้วยการอบหลายชนิด แต่ยังคงใช้คำว่า pudding ต่อท้ายในเมนูหลาย ๆ ชนิด ตัวอย่างเช่น rice-pudding , bread and butter-pudding, black-pudding , chocolate-pudding ฯลฯ และพุดดิ้งก็ยังใช้เป็นเมนูหลักไปจนถึง ของหวาน อีกด้วย

ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที ผู้คนเค้าก็เรียกว่า pudding กันล่ะคับ แต่ว่าด้วยความผิดแผกของสำเนียง และการส่งต่อทางภาษาเอง ทำให้คำว่า pudding นั้นเปลี่ยนแปลงไปเป็น podding บ้าง และอีกหลาย ๆ คำ แต่ท้ายที่สุดผู้คนเค้าก็ใช้คำว่า “พูริง (puring)” ซึ่งเป็นคำที่เรียกง่าย และตรงความหมายกับหน้าตาของพุดดิ้งที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ซึ่งเป็นพุดดิ้งชนิดหนึ่งที่เรียกว่า custard-pudding

ส่วนประกอบของพุดดิ้ง (ในเวปมีสูตรและวิธีการทำสาธิตไว้แล้วนะจ๊ะ^^")
ถ้าหากเราจะทำพุดดิ้งให้ตามสูตรของประเทศต้นตำรับคือประเทศอังกฤษแล้วล่ะก็ จะต้องเตรียมส่วนผสมดังนี้คือ แป้งสาลี ข้าว น้ำมันหมู เนื้อ ไข่ไก่ นม เนย ผลไม้ และของที่เราชอบ ใส่ลงไปผสมกัน จากนั้นเติมน้ำตาล เกลือ ตามด้วยเครื่องปรุงรส และแต่งกลิ่นตามชอบใจ เสร็จแล้วนำไปนึ่ง และอบให้พอดีเป็นอันเสร็จพร้อมเสริฟ
สำหรับรูปร่างหน้าตาและรสชาติที่ออกมาจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ไม่สามารถรับประกันได้(ไม่เคยลองทำเหมือนกัน) แต่สูตรที่ได้มารับรองว่าเป็นต้นตำรับจากเมืองผู้ดีแน่นอนครับ ถ้าหากใครมีความสนใจ และมีเวลาว่าง สามารถนำสูตรนี้ไปลองทำทานได้ ยิ่งถ้าหากเป็นคุณแม่บ้านด้วยแล้ว เมนูพุดดิ้งของเราอาจจะทำให้คุณพ่อบ้านถูกอกถูกใจ จนทำให้ไม่ออกไปทานอาหารนอกบ้านเลยก็เป็นได้

ขอขอบคุณ สาระแน.คอม
ภาพประกอบโดย google

  
ลิงค์ผู้สนับสนุน





ความคิดเห็น

หนามเตย
น่าลองเอาไปทำบ้าง

ดูแล้วน่าจะง่าย

มีใครอยากลองกินบ้างไหมค่ะ

ฝีมือ
02-08-2008, 10:13:35 | ขาจรค่ะ | 125.24.126.40
นานา
น่ากินน่ะแต่ว่าเรากินไม่ได้อ่ะดิสูตรดั้งเดิมน่ะเพราะว่ามันหมูอิอิ
25-06-2008, 00:26:17 | ขาจรค่ะ | 58.136.127.67


 โพสต์ ความคิดเห็น
ชื่อเรื่อง
ความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย
รหัสความปลอดภัย (*)
Securecode

 

 
 
© Copyright 2007 by www.zomzaa.com. All right reserved.
 
 
Valid XHTML 1.0 Transitional Valid CSS!