ขนมจัดเบรก / snack box / ขนมจัดเลี้ยงงานต่าง ๆ

ขายส่งเครปเย็น เครปโรล (ราคากันเอง ไม่แพงจ้า)

เรียนทําเครปเย็นออนไลน์
เรียนทําทาร์ตไข่ออนไลน์
   เรียนทำเบเกอรี่ออนไลน์ »2«  
หน้าแรก กระดานข่าว สมุดเยี่ยม ดาวน์โหลด แผนที่เว็บ - หน้ารวมสูตรอาหาร
   เรียนทำเบเกอรี่ภูเก็ต »15«   
   อาหารไทย - กับข้าว »73«  
   ขนมไทย »21«  
   ขนมปัง »20«  
   ขนมเค้ก/คัพเค้ก/มัฟฟิน »30«
   ขนมอร่อยไม่ต้องอบ »14«  
   ขนมหวานอื่น ๆ »33«  
   คุกกี้/บราวนี่ »28«  
   ชีสเค้ก/ชีสพาย »5«  
   ทาร์ต/พาย/โดนัท »5«  
   แต่งหน้าเค้ก »8«  
   อุปกรณ์ทำขนม »10«  
   อาหารญี่ปุ่น »12«  
   อาหารเพื่อสุขภาพ »4«  
   อาหารว่าง/ของทานเล่น »17«  
   อาหารเด็ก »1«  
บทความเกร็ดความรู้
   เกร็ดความรู้ก้นครัว »11«  
   เกร็ดความรู้สุขภาพ »28«  
   ประวัติขนมและอาหาร »8«  
   รวมบทความน่าสนใจ »51«  
   เคล็ดลับผู้หญิงกับเงิน »9«  
 

แจ้งรายการส่งของลูกค้า(กระทู้)

ตรวจสถานะ ได้หลังจากฝากส่ง 24 ชม.
โดยกรอกเลข 13 หลัก..ลงท้ายด้วย TH

* ไปรษณีย์ไทย (เช็คพัสดุ/EMS)

 
 
แนะนำเว็บนี้ให้เพื่อนรู้ แนะนำเว็บนี้ให้เพื่อนรู้
Add to Favorites Add to Favorites (IE) !!
กรอก Email เพื่อรับหลักสูตรตารางเรียนใหม่ รวมถึงสูตรขนมและอาหาร ฟรี !! (ช่องด้านล่าง)

feedburner

 
 
สำหรับสมาชิก

จำการเข้าใช้งาน


คนคุ้นเคย : 0
 
คนหลงทาง : 2
 
สถิติการเยี่ยมชม
  
มาดูวันนี้ :33
มาดูเมื่อวานนี้ :166
มาดูต่อวันสูงสุด :12,441
มาดูเดือนนี้ :3,597
มาดูทั้งหมด :13,946,510
 
 
ขณะนี้คุณกำลังอยู่ที่ :  ส้มซ่าดอทคอม » ประวัติขนมและอาหาร » Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose


Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose


Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose

Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose

แก้วมังกร" ชื่อนี้ ต่างประเทศจะใช้นามเรียกขาน ดราก้อนฟรุต เป็นพืชในตระกูลกระบองเพชร มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกากลาง และมีปลูกแพร่หลายในเวียดนาม มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Hylocercus undatus (Haw) Brit. Rose.

Hylocercus undatus


แก้วมังกรเป็นไม้เลื้อย มีอายุยาวนานหลายปี ลำต้นมีลักษณะเป็น 3 แฉกมีสีเขียว อวบน้ำ ซึ่งแท้จริงแล้วส่วนนั้นคือใบที่เปลี่ยนรูปไป ส่วนลำต้นที่แท้จริงอยู่ในตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลางของแฉกทั้ง 3 บริเวณตาข้างจะมีหนาม 1-5 หนาม ดอกจะเกิดบริเวณปลายกิ่งในช่วงเดือนเมษายน เมื่อบานมีลักษณะคล้ายปากแตร จะบานในช่วงหัวค่ำจนถึงเช้า เมื่อติดผลแล้ว ผลอาจมีสีชมพูหรือเหลือง เนื้อผลภายในมีทั้งสีขาวและแดงขึ้นอยู่กับพันธุ์ และมีเมล็ดสีดำอยู่ในเนื้อผล


Hylocercus undatus


ลูกมังกร หรือดราก้อนฟรุต เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลแคคตัสหรือสกุลหนึ่งของกระบองเพชร สามารถปลูกได้ดีในทุกสภาพพื้นที่จึงเป็นที่นิยมปลูกกันมากอย่างแพร่หลาย ผลจะมีลักษณะเป็นสันเหลี่ยมทู่ ๆ เรียงรายอยู่ทั่วไปบนผิวเปลือก เปลือกหนาสีออกชมพูอมส้ม ภายในผลเมื่อผ่าออกจะมีเนื้อสีขาวขุ่นภายในเนื้อก็จะมีเมล็ดเล็ก ๆ ซึ่งใหญ่กว่าเมล็ดงานิดเดียวฝังตัวอยู่เต็มไปหมด เมื่อรับประทานจะมีรสชาติหวานเย็น กรุบกรับไม่ระคายคอ

Hylocercus undatus


ลูกแก้วมังกร มีสารกลุ่ม FOS ในปริมาณสูง มีคุณสมบัติเป็นสารPrebiotic ที่ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ได้ ช่วยแก้ปัญหาการขับถ่ายต่างๆ ได้ดี และเนื่องจากตัวมันเองไม่ค่อยถูกดูดซึม ดังนั้นกินปริมาณมากก็ไม่ทำให้อ้วน แต่คงไม่สามารถใช้เป็นอาหารหลักในการลดน้ำหนักได้
สำหรับชื่อสามัญของแก้วมังกรถ้ายึดตามInternational Journalจะใช้ว่าPitaya ส่วนDragonfruit เป็นชื่อสามัญที่นิยมเรียกกันในฝั่งเอเชียโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ-ใต้ ไต้หวัน) ที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดอีกอย่างก็คือบางประเทศในยุโรปเรียกแก้วมังกรว่า Pitahaya

Hylocercus undatus


แก้วมังกรในส่วนที่กินได้ 100 กรัม
พลังงาน 59 kcal

น้ำ 85.38 %

โปรตีน 1.27 grams

ไขมัน 0.68 "
คาร์โบไฮเดรต 11.87 "

วิตามิน E 0.35 milligrams B1 0.06 "
B2 0.03 " Niacin 0.18 "

แก้วมังกร มีกากใยสูง แคลอรี่ต่ำ อุดมไปด้วยวิตามินซี คลอโรฟิลล์ เมล็ดของแก้วมังกรอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวสามารถต่อต้านปฏิกริยาอ๊อกซิเดชั่นทานแล้วนอกจากดับร้อนผ่อนกระหายยังบำรุงสุขภาพผิวพรรณสดชื่น ในสุภาพสตรีจะช่วยกระตุ้นต่อมน้ำนม ใช้เป็นผลไม้เสริมสุขภาพ และความงามได้เป็นอย่างดี เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน หรือควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ให้ปริมาณเนื้อเยอะ สามารถทานแล้วอิ่มท้อง อิ่มทน เรียกว่าสามารถกินแทนอาหารหนึ่งมื้อได้เลย อีกทั้งยังสามารถทานในปริมาณมากๆ ได้โดยไม่ทำให้อ้วน มีกากใยสูง แคลอรีต่ำ มีน้ำตาลน้อย นอกจากนี้เมล็ดของแก้วมังกรซึ่งเป็นสารคลอโรฟิลล์ อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว สามารถต่อต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทานแล้วช่วยบำรุงสุขภาพ ทำให้ผิวพรรณสดชื่น ดูมีน้ำมีนวลเปล่งปลั่ง
ส่วนประกอบที่เป็นไฟเบอร์ซึ่งมีปริมาณสูงมากในแก้วมังกรช่วยบำรุงการทำงานของระบบขับถ่ายและในสายเส้นใย ส่วนเนื้อจะมีสารที่เรียกว่า Complex Polysaccharides เป็นตัวที่ช่วยลดการดูดซึมของไขมันประเภทไตรกลีเซอร์ไรด์ ช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือด
นอกจากนี้แก้วมังกรยังเป็นผลไม้ที่มีแร่ธาตุมากมายไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี ฟอสฟอรัส โปรตีน แคลเซียม ช่วยบำรุงสุขภาพผิว และระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคท้องผูก สร้างเสริมระบบการกำจัดของเสียของร่างกาย

Hylocercus undatus

แก้วมังกร เป็นพืชวันยาวต้องการแสงในการเจริญเติบโตมากพอสมควร ระบบรากมีความลึกประมาณ 30 เซ็นติเมตร รากจะแผ่ขยายขนานไปกับผิวดิน พื้นที่ปลูกจะต้องไม่มีน้ำท่วมขังและปลอดจากมดคันไฟ ก่อนเตรียมหลุมปลูกควรทำหลักสำหรับยึดเกาะให้เรียบร้อย โดยใช้ท่อคอนกรีตขนาด 8 นิ้ว ยาว 2 เมตร ฝังลึกลงไปในดิน 40-50 เซ็นติเมตร เทปูนยึดให้แน่นและให้ขังน้ำได้ นำไม้มาทำเป็นตระแกรงยึดไว้ที่หัวเสา ขนาด 50 x 50 เซนติเมตร ติดตั้งระบบน้ำให้พร้อมระยะ 1 - 2 ปีแรกสามารถใช้น้ำที่ล้นมาจากในเสาหลักยึดเกาะได้แต่หลังจากนั้นต้นเริ่มโตมากควรให้น้ำด้วยสปริงเกอร์จึงจะพอ

Hylocercus undatus

เตรียมหลุมปลูกขนาด 30 x 30 x 30 เซ็นติเมตรทั้งสี่ทิศโดยขุดห่างจากเสายึดเกาะอย่างน้อย 15 เซนติเมตร นำปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักลงผสมเช่นการปลูกต้นไม้ทั่วๆไป นำต้นพันธุ์แก้วมังกรลงปลูกทั้งสี่ทิศมัดยึดติดกับหลักให้แน่นคลุมด้วยวัสดุคลุมดิน และควรมีวัสดุพลางแสงช่วยในช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นก็ต้องหมั่นรดน้ำอยู่เสมออย่าให้ขาด แก้วมังกรชอบน้ำพอสมควรแต่ไม่ชอบแฉะ การให้ปุ๋ยเคมีเสริมทุกๆเดือนจะมีการให้ปุ๋ย 13-13-21 และ 16-16-16 ให้สลับกันในแต่ละเดือน ในอัตราครั้งละ 5 ช้อนแกง/หลัก ก่อนออกดอกเดือนมกราคม - มีนาคม จะเปลี่ยนเป็นปุ๋ย 12-24-12 ครั้งละ 4 ช้อแกง/หลัก เมื่อออกดอกติดผลเปลี่ยนมาใช้ 13-13-21 สลับกับ 9-24-24 ครั้งละ 5 ช้อนแกง ในแต่ละปีควรเพิ่มปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักลงไปด้วยอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง ปริมาณการใช้ปุ๋ยจะขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของต้นเป็นสำคัญ

Hylocercus undatus

หลังปลูกต้องหมั่นคอยดูแลมดคันไฟ ต้องเอาใจใส่คอยมัดและตัดแต่งกิ่งให้แตกแขนง ลำต้นต้องจัดให้เลื้อยขึ้นหลักทั้ง 4 ต้น ในปีแรกต้องตัดให้ได้แขนงอย่างน้อย 32 กิ่ง/1 หลัก ปีต่อๆไปก็ต้องตัดแต่งกิ่งให้เกิดแขนงเพิ่ม 2-3 เท่าของปีแรก จนหลักหนึ่งๆ ควรมีแขนงสัก 150 กิ่ง ในรอบ 1 ปี อายุการให้ผลผลิตหากต้นสมบูรณ์ดีหลังจากปลูก 1 ปีก็สามารถให้ผลผลิตได้เลย ช่วงระยะเวลาให้ผลผลิตจะอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม - เดือนกันยายน หลังมองเห็นดอกขนาดเมล็ดถั่วเขียวอีก 15 วันต่อมาดอกจะบานและนับต่อออกไปอีก 30 วันจะถึงระยะการเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมระยะเวลาการเก็บผลผลิตประมาณ 45-50 วัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย หากอยู่ในช่วงที่อากาศไม่แจ่มใส มีฝนตกมาก ท้องฟ้าครึ้มฝน อุณหภูมิต่ำลง อายุการเก็บผลผลิตจะยืดออกไปอีกเช่นกัน

คำค้นหาหน้านี้ Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose (5 รายการล่าสุด)

  • January 13, 2016 at 8:03 PM - ติดตั้งสปริงเกอร์ (1.10.228.72 via Google)
  • October 25, 2015 at 8:26 AM - ผล haw (168.235.200.16 via Google)
  • October 9, 2015 at 6:33 AM - เสาแก้วมังกร (125.27.0.241 via Google)
  • September 25, 2015 at 12:07 PM - เสา ปลูก แก้วมังกร (124.120.36.125 via Google)
  • September 10, 2015 at 10:48 PM - กระบองเพชร 16-16-16 (180.180.86.36 via Google)
Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose

Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose


Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose , หมวด ประวัติขนมและอาหาร
วันที่ปรับปรุง : 27 สิงหาคม 2550 22:07 น.
วันที่เขียน : 27 สิงหาคม 2550 00:00 น.
ผู้เยี่ยมชม Hylocercus undatus (Haw) Brit. & Rose ทั้งหมด 9,869 x คนดู
โหวตให้คะแนน (0 votes, average: 0 out of 5)